หาดใหญ่ เอฟซี ขอสละสิทธิ์ ดิวิชั่น 1 แทน สงขลา เอฟซี
หลังนโยบายการเตรียมทีมไม่สอดคล้องกัน ทำให้ นิพนธ์ บุญญามณี ประธานสโมสรสงขลา
เอฟซี ต้องหาทีมใหม่มาเล่นแทน พร้อมเผย 3 แนวทางออก คือตั้งบริษัทใหม่,
หาสโมสรอื่นมาเล่นและสุดท้ายคืนสิทธิ์ให้สมาคมฯ แม้ยังไม่ชัวร์ว่าสิทธิ์ ด.1
จะยังคงเป็นของตัวเองอยู่หรือไม่ โดยขอเวลา 2 สัปดาห์ รับรองรู้เรื่องชัวร์
"เปี๊ยก" โอเคบุรีรัมย์โอนสิทธิ์
แม้จะยุติปัญหาเรื่องสิทธิ์ของ บุรีรัมย์ พีอีเอ
ที่หาทางออกด้วยการซื้อหุ้น 30 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
พร้อมเปลี่ยนชื่อบริษัทและชื่อทีมเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ทว่าไม่วายมีปัญหาให้สมาคมฟุตบอลฯ และ บ.ไทยพรีเมียร์ลีก ต้องปวดหัว
เนื่องจากทีมน้องอย่าง บุรีรัมย์ เอฟซี น้องใหม่ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ เนวิน
ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ พีอีเอ จะขึ้นมาเล่นในไทยลีก 2012 และทำให้มีทีมจาก
บุรีรัมย์ ถึง 2 ทีม ซึ่งขัดต่อกฎระเบียบของสมาคมฟุตบอลฯ และเอเอฟซี
โดยทางออกในเรื่องนี้ บุรีรัมย์ เอฟซี
ได้ยินยอมที่จะโอนสิทธิ์การทำทีมให้กับชื่อ บ.สโมสรฟุตบอลสงขลา จำกัด หรือสโมสร
"วัวชนแดนใต้" สงขลา เอฟซี ทีมในดิวิชั่น 1 อย่างเด็ดขาด ทำให้ฤดูกาลหน้า สงขลา
เอฟซี จะได้ขึ้นมาเล่นในไทยพรีเมียร์ลีกโดยอัตโนมัติ แม้จะจบซีซั่นด้วยการไม่ติด 1
ใน 3 ก็ตาม
เรื่องดังกล่าว "บิ๊กเปี๊ยก" องอาจ ก่อสินค้า
เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ
ได้เปิดเผยว่าหากทุกอย่างทำตามกฎหมายและไม่ขัดต่อระเบียบของสมาคมฟุตบอลฯ และเอเอฟซี
ถือว่าทำได้ไม่มีปัญหา ทว่า ณ ตอนนี้สมาคมฯ ยังไม่ได้รับเอกสารใดๆ
จึงไม่กล้าตัดสินว่า สงขลา เอฟซี มีสิทธิ์เล่นไทยลีกได้หรือไม่
โดย "บิ๊กเปี๊ยก" กล่าวว่ากฎของสมาคมฯ
จะต้องดูด้วยว่าทีมที่ขึ้นมาเล่นในไทยลีกมีคุณสมบัติตรงตามที่สมาคมฟุตบอลฯ
และเอเอฟซี กำหนดหรือไม่
แต่หากทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบไม่ว่าจะเป็นเรื่องใบโอนสิทธิ์ที่ต้องมีตรากฎหมายแพ่งและพานิชย์,
การจดทะเบียนบริษัทเป็นนิติบุคคล, สนามแข่งขัน, มาตรการรักษาความปลอดภัย เป็นต้น
ก็จะสามารถเล่นไทยลีกได้อย่างไม่มีปัญหา
มึนสิทธิ์ ด.1 หลังสงขลาขึ้นไทยลีก
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้โทรฯ สอบถาม "บิ๊กเปี๊ยก" องอาจ ก่อสินค้า
เลขาธิการสมาคมฯ เกี่ยวกับสิทธิ์ในพื้นที่ดิวิชั่น 1 ในกรณีที่ สงขลา เอฟซี
หรือชื่อ บ.สโมสรฟุตบอลสงขลา จำกัด ได้ขึ้นไปเล่นไทยลีก จากการรับโอนสิทธิ์จาก
บุรีรัมย์ เอฟซี ทีมใน ไทยลีก 2012
โดยจะทำให้ ดิวิชั่น 1 เหลือ 17 ทีม ซึ่ง "บิ๊กเปี๊ยก"
บอกเพียงว่าจะต้องศึกษากฎระเบียบอย่างแน่ชัดอีกครั้ง พร้อมให้ วีระ คำมี
ประธานฝ่ายกฎหมายของสมาคมฟุตบอลฯ เป็นผู้ดูแลและเตรียมหารือร่วมกัน
ซึ่งจะพยายามหาทางออกให้เร็วที่สุดเพื่อการเตรียมทีมในฤดูกาลหน้า
ทั้งนี้ สงขลา เอฟซี ที่ได้สิทธิ์เล่นไทยลีกฤดูกาลหน้าจากการรับโอนสิทธิ์เด็ดขาดจาก บุรีรัมย์ เอฟซี
ทำให้ ดิวิชั่น 1 จะมีพื้นที่ว่าง 1 ทีม เนื่องจาก สงขลา เอฟซี
ขึ้นไปเล่นไทยลีกจากกรณีที่ไม่ได้เป็นทีม 1 ใน 3 ของตาราง ซึ่งทาง นิพนธ์ บุญญามณี
ประธานสโมสร สงขลา เอฟซี
ได้เผยก่อนหน้านี้ว่าตนเองจะพิจารณาหาทีมมาเล่นในพื้นที่ ดิวิชั่น 1 แทน
ทว่า ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธาน บ.ไทยพรีเมียร์ลีก
ได้โต้ทันควันว่าไม่สามารถทำได้เพราะ สงขลา เอฟซี ภายใต้ชื่อ บ.สโมสรฟุตบอลสงขลา
จำกัด ได้ขึ้นไปเล่นไทยลีกโดยชอบธรรม ดังนั้นจึงไม่มีสิทธิ์ในดิวิชั่น 1
นิพนธ์เผย 3 แนวทางยุติปัญหา
กลายเป็นปัญหาใหม่ให้ สมาคมฯ และ บ.ไทยพรีเมียร์ลีก ต้องเคร่งเครียด
เกี่ยวกับสิทธิ์ใน ด.1 หลังจากที่สงขลาขึ้นไปเล่นไทยลีก ซึ่งเรื่องนี้ นิพนธ์
บุญญามณี ประธานสโมสร สงขลา เอฟซี
เปิดเผยว่าตนเองกำลังศึกษาข้อกฎหมายอย่างรอบคอบเพราะไม่แน่ใจว่าสามารถโอนสิทธิ์ในดิวิชั่น
1 ให้ใครได้หรือไม่
ทว่าตนเองพยายามหาทางออก พร้อมบอก 3 แนวทางยุติปัญหาเรื่องดังกล่าว
ประกอบไปด้วย 1.ตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาเพื่อเล่นใน ดิวิชั่น 1
คล้ายกับกรณีของบุรีรัมย์ที่ฤดูกาลก่อนมี บุรีรัมย์ พีอีเอ เล่นไทยลีก และบุรีรัมย์
เอฟซี เล่นดิวิชั่น 1
ทว่าอาจเป็นการจับปลาสองมือและเกรงว่าจะส่งผลเสียต่อทีมใหญ่ในอนาคต
2.ดึงทีมจากดิวิชั่น 2 โซนภาคใต้ขึ้นมาเล่นใน ดิวิชั่น 1 แทน
ทว่าทุกอย่างกำลังดูข้อกฎหมาย ซึ่งคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์ หรือสิ้นเดือน ม.ค.
น่าจะได้ข้อสรุป และ 3.คืนสิทธิ์ให้ สมาคมฯ เพื่อหาทีมในเล่นในดิวิชั่น 1 แทน
นอกจากนั้นในการโอนสิทธิ์ของ บุรีรัมย์ เอฟซี ให้กับ สงขลา เอฟซี
ภายใต้ชื่อ บ.สโมสรฟุตบอลสงขลา จำกัด ทาง นิพนธ์ บุญญามณี
กล่าวว่าสิทธิ์นี้เป็นการโอนอย่างเด็ดขาด นั่นหมายความว่าอนาคต บุรีรัมย์ เอฟซี
จะไม่มีสิทธิ์ดึงกลับไปทำเหมือนเดิม
โดยได้บอกว่าการโอนสิทธิ์ครั้งนี้ไม่มีเรื่องเม็ดเงินเข้ามาเกี่ยวข้องนอกจากสัญญาลูกผู้ชายว่าจะพาทีม
สงขลา เอฟซี ให้ประสบความสำเร็จและต้องไม่หนีตกชั้นในฤดูกาลแรกของการเล่นไทยลีก
ที่มา :http://www.siamsport.co.th/Sport_Football/120110_333.html